บอกลาถุงใต้ตาง่ายๆด้วยตัวเอง

                             เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของใบหน้าที่ทำให้หลายๆคนเกิดความกังวลใจ ก็คือเรื่องถุงใต้ตาบวมนั่นเอง เพราะเนื่องจากจะทำให้หน้าดูเหนื่อย ดูโทรมแล้ว ยังทำให้ดูแก่กว่าวัยพร้อมยังสร้างปัญหาริ้วรอยร่องใต้ตาอีกด้วย ปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ก่อนอื่นเราควรที่จะทำความเข้าใจกันก่อนว่าถุงใต้ตามีลักษณะอย่างไร อยู่ที่บริเวณใด เพื่อที่เราจะได้สามารถเรียนรู้ถึงสาเหตุ พร้อมวิธีการป้องกัน หรือ วิธีการบรรเทาอาการบวมให้ดีขึ้นได้อย่างถูกวิธี เนื่องจากผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางอย่างมาก การรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้องและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดย่อมเป็นผลดีต่อตัวเรา

Table of Contents

    ถุงใต้ตาเกิดจาก

                                 ถุงใต้ตา คือ ลักษณะของถุงป่องนูนที่มีอาการบวมของบริเวณใต้ตา หากปล่อยทิ้งไว้นานๆก็ ไม่ได้มีผล หรือ ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด เพียงแต่จะทำให้หน้าดูเหนื่อย โทรม และ อ่อนแรงตลอดเวลา ทำให้หลายๆคนอาจความขาดความมั่นใจ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความหย่อนคล้อยความเสื่อมสภาพของผิวหนังบริเวณใต้ตาที่เกิดขึ้นตามอายุของเรา เนื่องจากเนื้อเยื่อที่มีการรองรับถุงไขมันเกิดความหย่อนคล้อยไปตามช่วงอายุ และในอีกกรณีนึงที่สามารถพบอาการถุงใต้ตาบวมได้นั่นคือ ภูมิแพ้ โรคไต โรคหัวใจ ซึ่งบางรายอาจมีอาการคล้ำบริเวณรอบดวงตาร่วมด้วย  

    ถุงใต้ตามีกี่แบบ

    โดยถุงใต้ตาจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 2 ลักษณะ ได้แก่ ถุงใต้ตาเทียม และ ถุงใต้ตาแท้

    ถุงใต้ตาเทียม

    เกิดจากอาการบวมน้ำที่จะเกิดขึ้นในบริเวณใต้ตาล่าง ซึ่งก็สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่เสี่ยงให้เกิดถุงใต้ตา อย่างการอดนอนเป็นเวลานานๆ การขยี้ตา ร้องไห้หนักๆ การหักโหมในการใช้สายตามากเกินไป หรือระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายไม่ดีส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำได้ง่าย

    ถุงใต้ตาแท้

    อาการส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นลักษณะถุงป่องนูนๆอยู่บริเวณใต้ตา มีอาการบวมน้ำหรือคั่งน้ำในบริเวณถุงไขมันใต้ดวงตา ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ ระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อมีความผิดปกติ ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้า ดูโทรมได้ง่ายมากกว่า

    สาเหตุที่ทำให้ถุงใต้ตาบวม

    1. นอนดึกเกินไป

    การพักผ่อนที่น้อยเกินไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะส่งผลให้ประสิทธิภาพให้ระบบภายในต่าง ๆ เช่น การบำรุงซ่อมแซม การเผาผลาญของร่างกายต่ำลง จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตาได้

    2. อาการแพ้

    อาการแพ้มีหลากหลายรูปแบบ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติในร่างกาย เช่น แพ้อาหาร การทำงานของไตจะมีความผิดปกติ ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ หรือ ภูมิแพ้ ซึ่งอาจมีอาการระคายเคืองตา คันตาได้ เนื่องจากของเหลวในร่างกายถูกกักเก็บไว้ที่บริเวณใต้ตาซึ่งผิวที่เปลือกตานั้นมีความบอบบางมากกว่าผิวในส่วนอื่นๆ จึงอาจทำให้เกิดการบวมของถุงใต้ตาได้

    3. ความเครียด

    การทำงานที่หนัก หรือ หักโหมมากเกินไปโดยที่ใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานๆอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นการสะสมความเครียดทำให้เกิดความอ่อนล้าบริเวณดวงตาส่งผลให้ถุงใต้ตามีอาการบวมขึ้น และอาจทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ตาคล้ำอีกด้วย

    4. ผิวแห้ง

    ผิวแห้งนั้นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีของร่างกาย เพราะร่างกายเรากำลังขาดน้ำ ไปหล่อเลี้ยงส่วนอื่นๆในร่างกาย ฉะนั้นเลยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวอ่อนแรงจึงเห็นเป็นถุงใต้ตาที่มีลักษณะยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด  ทางที่ดีเราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วเพื่อให้สุขภาพผิวที่ดีเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวามากขึ้นนั่นเอง

    การแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาบวม 

    เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาของถุงใต้ตามากวนใจเราอีก วิธีแก้ไขก็มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโดยแพทย์ ซึ่งเป็นวิธีที่หลายคนนิยมทำเนื่องจากจะเห็นผลดีขึ้นอย่างชัดเจน และ รวดเร็วกว่า ยังเป็นวิธีที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ถาวรอีกด้วย หรือ วิธีการหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาอาการบวมให้ดีขึ้นได้ในเบื้องต้น

    วิธีรักษาถุงใต้ตาด้วยตัวเอง 

                                 ในเบื้องต้นนั้นเราสามารถดูแลตัวเองเพื่อยับยั้ง หรือบรรเทาอาการบวมให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนอนหลับพักผ่อน การประคบเย็น หรือ แม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตประจำวันของเราให้เหมาะสม ถึงแม้ผลลัพธ์จะเห็นผลได้ช้ากว่าการรักษาถุงใต้ตาโดยแพทย์ แต่ทั้งหมดล้วนส่งผลลัพธ์ดีต่อร่างกาย และ สามารถทำตามได้ไม่อยาก จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

    วิธีลดถุงใต้ตาด้วยตัวเอง

    1. พักผ่อนให้เพียงพอ

    สิ่งที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของเราได้ดีที่สุด คือ การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง เนื่องจากถ้าร่างกายของเราพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้วจะมีส่วนช่วยในการเร่งฟื้นฟูระบบภายในต่างๆของร่างกาย ถุงใต้ตาก็จะไม่บวม อีกทั้งรอยคล้ำต่างๆบริเวณรอบใต้ตาก็จะกลับมาดูสดใสมากยิ่งขึ้น

    2. การประคบเย็น 

    เป็นวิธีที่ได้ผลสำหรับใครหลายๆคนที่ชอบเกิดอาการถุงตาบวมเป่งในตอนเช้า หรือ เพิ่งร้องไห้หนักๆมา การประคบเย็นจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณรอบตา หรือ ถุงใต้ตา ยุบบวมอย่างรวดเร็ว เป็นวิธีง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำช้อนเหล็กมาแช่เย็นเพื่อประคบตา ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็ง

    3. ถุงชา

    เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สาวๆนิยมทำกัน นั่นก็คือการนำถุงชาที่ใช้แล้วนำมาแช่เย็นและประคบบริเวณถุงใต้ตาประมาณ 5 นาที ก็จะทำให้ผิวบริเวณนั้นดูกระชับ ลดรอยคล้ำใต้ตาให้จางลง  และลดอาการบวมของเปลือกตาอีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่าถุงชานั้นประกอบไปด้วยสารกาเฟอีนที่มีส่วนช่วยในการกระชับผิว ลดอาการบวมลงได้นั่นเอง

    4. ใช้ครีมทาใต้ตา 

    อีกหนึ่งวิธีสำหรับคนที่ชอบดูแลตัวเองด้วยการบำรุงด้วย Skincare ไม่ว่าจะเป็นประเภท Eye Cream หรือ Eye Mask เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตาจะมีมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตาของเราได้เป็นอย่างดี พร้อมที่จะทำให้ผิวรอบดวงตานั้นกลับมาสดใสอีกครั้ง

    การรักษาถุงใต้ตาโดยแพทย์

                                 วิธีนี้จะเป็นวิธีการที่เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีในระยะเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับคนที่เร่งรีบต้องการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว มีหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด หรือ การรักษาโดยแบบที่ไม่ผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเองว่าควรแก้ไขถุงใต้ตาของคนไข้แต่ละเคสอย่างไรให้ออกมาดีที่สุด  

    รีวิวตัดถุงใต้ตา

    1. การผ่าตัดไขมันด้วยเทคนิคดูดไขมันไร้รอยแผล  

    เป็นวิธีที่นิยมค่อนข้างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการนำไขมันบริเวณถุงใต้ตาของเราออก ทำให้ไขมันบริเวณนั้นหายไปอย่างถาวร เห็นผลตั้งแต่หลังทำเสร็จทันที และที่สำคัญคือ เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย วิธีนี้เป็นการผ่าตัดถุงใต้ตาด้วยการดูดไขมันลดถุงใต้ตาออกมา ลักษณะของแผลจะมีขนาดที่เล็กมาก และอยู่ด้านใน จึงทำให้ไม่ต้องเย็บแผล และ รอให้แผลผ่าตัดนั้นสมานกัน หายเป็นปกติเอง

    รีวิวเทคนิคดูดไขมันกำจัดถุงใต้ตา 

    รีวิวดูดไขมันกำจัดถุงใต้ตา01
    รีวิวดูดไขมันกำจัดถุงใต้ตา02
    รีวิวดูดไขมันกำจัดถุงใต้ตา03

    2. ผ่าตัดถุงใต้ตาร่วมกับการตัดหนังตาส่วนเกิน 

    การกำจัดถุงใต้ตาแบบแผลด้านนอกจะเหมาะกับผู้ที่มีหนังตาส่วนเกินเยอะ หรือ ผู้สูงอายุ วิธีการจะแตกต่างกับเทคนิคดูดไขมันกำจัดถุงใต้ตา โดยจะเป็นวิธีการที่ทำได้ทั้งผ่าตัดถุงใต้ตา และ การตัดหนังตาส่วนเกินออกในเวลาเดียวกัน แผลผ่าตัดถุงใต้ตานั้นจะอยู่บริเวณชิดขอบตาล่างเนื่องจากเป็นบริเวณที่ทำให้ปิดรอยแผลได้ดี แผลมองเห็นไม่ค่อยชัด และ ไม่เป็นจุดสังเกต แต่การผ่าตัดแบบแผลนอกจะมีอาการบวมมากกว่าการผ่าตัดแบบแผลในเนื่องจากมีการตัดหนังตาส่วนเกินร่วมด้วย เรียกได้ว่าเจ็บครั้งเดียวแต่จบทุกปัญหาแน่นอน

    รีวิวเทคนิคผ่าตัดถุงใต้ตาร่วมกับการตัดหนังตาส่วนเกิน 

    รีวิวผ่าตัดถุงใต้ตาร่วมกับการตัดหนังตาส่วนเกิน01
    รีวิวผ่าตัดถุงใต้ตาร่วมกับการตัดหนังตาส่วนเกิน02

    3. New Thermage Eye Reju 

    เป็นนวัตกรรมใหม่ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ โดยเครื่อง New Thermage Eye Reju นี้สามารถเปลี่ยนจากคลื่นอัลตราซาวด์เป็นพลังงานความร้อนลงสู่ผิวหนังชั้น SMAS ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของการกระตุ้นเพื่อเสริมคอลลาเจนที่จะช่วยในเรื่องของการเติมเต็ม บำรุงพร้อมยกกระชับผิวหนังที่เหี่ยวย่นบริเวณรอบดวงตา ให้ดวงตาดูสดใสขึ้น ดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ลดเลือนริ้วรอย และยังทำให้ความบวมของถุงใต้ตานั้นดูลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวบริเวณรอบดวงตา และ เปลือกตากระชับมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด ไม่ต้องกลัวเจ็บ และไม่ต้องพักฟื้นเลย

    รีวิว Thermage Eye Reju

    รีวิวThermage Eye Reju 01
    รีวิวThermage Eye Reju 02

                                 มีหลากหลายวิธีที่จะช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ถึงจะไม่ใช่วิธีที่ทำให้ถุงหายไปอย่างถาวร แต่ก็สามารถบรรเทาอาการบวมให้ดีขึ้นในเบื้องต้น และไม่ว่าเราจะทำการกำจัดถุงใต้ตาด้วยวิธีไหนก็จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อดวงตา  เพราะตาของเรามีอยู่คู่เดียวฉะนั้นต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้น หาคลินิกที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ทางที่ดีควรเลือกแพทย์เฉพาะทางจักษุที่มีความชำนาญด้านดวงตาเพื่อความปลอดภัยของเราเองนะคะ